วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553






ชายหาดหัวหิน

เป็นชายหาดที่ได้รับความนิยม มาช้านาน ตั้งแต่บุคคลระดับสูงในสังคมสมัยก่อนจนถึง วันนี้ทั้งคนไทยทุกระดับและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างก็นิยม มาตากอากาศกันที่หัวหิน ถิ่นสำราญ
ชายหาดหัวหิน คือเสน่ห์อย่างแรกที่สร้างชื่อให้หาดนี้เป็นที่รู้จัก ทรายที่ขาวสะอาด ทอดยาวกว่า 5 กิโลเมตร บรรยากาศยังเงียบสงบแม้ไม่เท่าในอดีต สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมีที่พักริมหาดอำนวยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สิ่งที่หัวหินยังรักษาเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นนั่นก็คือ แม้จะผ่านกาลเวลามาถึงวันนี้ทางเทศบาลก็พยายามไม่ให้มีเครื่องเล่นทางน้ำมารบกวนบรรยากาศให้เสียความสงบไป(อันที่จริงแล้วจะเกิดอันตรายอย่างมากกับเครื่องเล่นทางน้ำ เนื่องจากชายหาดหัวหิน จะมีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ในน้ำทะเลเป็นจำนวนมาก) มีเพียงการขี่จักรยานริมหาด ขี่ม้าเดินไปตามชายหาด
หัวหินในช่วงกลางวันจึงเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ ลงเล่นน้ำทะเล สนุกกับการขี่จักรยาน หรือขี่ม้า ตกค่ำหน่อย หัวหินยังไม่หลับไหล ด้วยแสงสีจากร้านอาหาร โรงแรมต่าง ๆ นักท่องเที่ยวนิยมออกมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง รับประทานอาหารทะเล นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหัวหินในยุคนี้มีทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติ




วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง



กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย “องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้” ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า

ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ

1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต
สวนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย
1. แก้วมังกร
2. มะขามเทศ
3. มังคุด
4. ลิ้นจี่
5. สาลี่

10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ
1. ฝรั่งกลมสาลี่
2. ฝรั่งไร้เมล็ด
3. มะขามป้อม
4. มะขามเทศ
5. เงาะโรงเรียน
6. ลูกพลับ
7. สตรอเบอร์รี่
8. มะละกอสุก
9. ส้มโอขาว
10. แตงกวา
11. พุทราแอปเปิล

การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ
1. ขนุนหนัง
2. มะขามเทศ
3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ
4. มะเขือเทศราชินี
5. มะม่วงเขียวเสวยสุก
6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
7. มะม่วงยายกล่ำสุก
8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
9. สตรอเบอร์รี่
10. กล้วยไข่

ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิลส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินีทั้งนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี.

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนไทยรักกัน สามัคคีกัน

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ความสามัคคี
สามัคคีที่สำคัญที่สุดคืออะไร ก็คือ สามัคคีในชาติ ไม่ใช่ว่า
ความสามัคคีในคณะไม่ดี แต่ต้องระวัง ถ้าสามัคคีกัน แต่ว่าไป
ก้าวก่ายหรือไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ในสถาบันก็เป็นความผิด
ถ้าสามัคคีในสถาบันไปทำให้คนอื่นเสียหายหรือเดือดร้อนก็ไม่ดี
เพราะทำให้เสียหายต่อสามัคคีของชาติ ………
(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ๓ เมษายน ๒๕๐๓)


สามัคคีกัน ปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี
ใครๆ ก็บอกว่า ให้สามัคคีปรองดองกัน ช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ
แต่แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ถ้าคนหนึ่งคนใดในที่ประชุมนี้ เรียกร้องพื้นที่
สำหรับยืนเกินจำเป็น โดยอ้างความสุขส่วนตัว คนอื่นก็ต้องประท้วง
เราทั้งหลายอยู่ได้ก็เพราะว่า มีความสามัคคีปรองดองกัน
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗)


ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะว่า ตามที่ได้กล่าวเมื่อตะกี้ว่า แต่ละคนจะตั้ง
อยู่ในความสามัคคี ช่วยร่วมแรงกัน เพื่อปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ เ
ป็นประโยชน์ต่ออะไร ตอนนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
หรือต่อชาติบ้านเมือง เชื่อว่าท่านทั้งหลายก็มีความปรารถนาดีโดยแท้ –
ไม่ใช่ดีบ้างไม่ดีบ้าง- ว่าตั้งใจที่จะเข้าหากัน ร่วมแรงกันปฏิบัติงาน
เพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๑๙)

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ปราสาทหินพิมาย เมืองย่าโม


คําขวัญประจําจังหวัด
เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช
ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน

ความหมายของตราประจำจังหวัด
มีคำกล่าวถึง ชื่อเมืองโคราช กันมาแต่ก่อนอ้าง
เรื่องพงศาวดารว่าเหนือขุนสิงสาครซึ่ง พระเจ้าโคตมะ
กรุงอินทปัฐ แต่งให้ไปค้าขาย เรือสินค้า เกิดแตกอับปาง
ขุนสิงสาคร ขึ้นฝั่งรอดชีวิต แล้วพบ ราชสีห์ยืนตายอยู่
ใต้ต้นไม้ ก็ถลกหนังหาบใส่บ่า รอนแรมมาถึงเมืองนี้
ชาวเมืองร้องบอกกันว่า คอนราชสีห์ มาจึงเลยกลาย
เป็นชื่อเมืองอย่างหนึ่ง


ชมวิวสวยๆๆจากทุ่งดอกกระเจียวบาน จังหวัดชัยภูมิ จร้า


อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
คําขวัญประจําจังหวัด
ทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่
มีช้างลาย ดอกไม้งาม
ลือนามวีรบุรุษ สุดยอกผ้าไหม
พระใหญ่ทวาราวดี
หรือที่รู้จักกันดีในเรื่อง ของดอกกระเจียว เทศกาลดูดอกกระเจียวบาน จะจัดกันทุกปีในเดือน มิถุนายน - กรกฏาคม

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

เพลงเรื่องง่ายๆที่ผู้ชายไม่รู้ ( ปาน ธนพรขับร้อง)

ถ้าผู้ชายได้ฟังเพลงนี้เค้าคงเข้าใจอะไรหลายๆอย่างในตัวผู้หญิงมากขึ้นนะ
ว่า....ผู้หญิงรักเเละเป็นห่วงเค้ามากเพียงใด
ความรัก อยู่เหนือคำว่าทำไม
ผู้หญิงไทยเอาเเต่ใจ ....เเต่อย่างน้อยผู้หญิงไทยคนนี้
ที่ชอบทำตัววุ่นวายก็เลือกจะรักเเละวางหัวใจ
เอาไว้ที่คุณ....คนเดียว

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

ทุ่งดอกกระเจียวบาน จังหวัดชัยภูมิ




:: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ::



ยินดีต้อนรับ สู่ผืนป่า สายน้ำ สายมอก ดอก กระเจียว บ้านพัก และธรรมชาติ

ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพังเหยในเขต ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสระบุรี - ชัยบาดาล ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 205 เส้นทางชัยบาดาล - เทพสถิต - ชัยภูมิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิต จะมี ทางแยกซ้ายมือไปป่าหินงาม อีก 29 กิโลเมตร หากเดินทางเส้นทางจาก จ.นครราชสีมา ก็จะใช้เส้นทางนครราชสีมา - เพชรบูรณ์ โดยจะวิ่งผ่าน ต.หนองบัวโคก ผ่านบ.คำปิง เข้าสู่อำเภอเทพสถิต และเลี้ยวขวาบริเวณ สามแยกเพื่อจะไปในเส้นทาง เทพสถิต - ซับใหญ่ และหากท่านมาจากตัว เมืองชัยภูมิ ก็ต้องใช้เส้นทาง ระเหว - ซับใหญ่ - เทพสถิต เมื่อออกจากตัว กิ่งอ.ซับใหญ่จะถึงทางแยกขึ้นอุทยานฯ ก่อนที่จะถึง อ.เทพสถิต...

<< ทุ่งดอกกระเจียว >>

"ทุ่งดอกกระเจียว" เกิดจากดอกกระเจียวป่า หลากหลายสายพันธุ์ ที่พร้อมใจกันขึ้นรายรอบบริเวณ ของอุทยานฯและจะมีอยู่บริเวณหนึ่งใช้พื้นที่หลายไร่ ที่จะมีดอกกระเจียวขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นทุ่ง ซึ่ง เวลามองดูก็จะเห็นเป็นสีชมพูปนขาว และมีสีเขียวของลำต้ันและก้านใบเป็นสีเขียวสด ประกอบกับสีเขียว ของหญ้าทีขึ้นมาแซม ทำให้ทุ่งกระเจียว เขียวขจี สวยงามเหมือนกับทุ่งในทรวงสวรรค์เลย โดยในช่วงฤดูฝน เริ่มต้นเดือนมิถุนายน ถึง ปลายเดือนกรกฎาคม ของทุก ๆ ปี ต้นกระเจียวจะออก ดอกสวยงามตระการตาไปทั่วผืนป่า จัดได้ว่าเป็น "นางเอกของอุทยานฯ" ก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะดอกกระเจียว จะไม่มีให้เห็นเลยนอกเสียจากในช่วงเวลาที่ว่านี่เท่านั้น...



<< จุดชมวิวสุดแผ่นดิน >>



"สุดแผ่นดิน" อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานฯ เป็นแนวหน้าผาและชะง่อนหิน เป็นจุดสูงสุดบนเทือกเขา พังเหย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 846 เมตร เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง (ฉานไทย) ซุกเข้าไปใต้แผ่นดิน อีสาน (อินโต - ไซน่า) ทำให้เกิดแผ่นดินที่ยกตัวสูงชัน เรียกว่า "สุดแผ่นดิน" คือเขตรอยต่อของ 3 ภาคอันได้แก่ 1. แผ่นดินซีกทางอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ชัยภูมิ (ภาคอีสาน) 2. แผ่นดินซีกทางตะวันตกของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ลพบุรี (ภาคกลาง) 3. แผ่นดินซีกทางเหนือของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.เพชรบูรณ์ (ภาคเหนือ)ซึ่งมีความสวยงาม อากาศเย็นสบาย และในตอนเช้า ๆ จะมีกลุ่มหมอกลอยผ่านหน้าเราไป เหมือนกับหยอกเย้ากับผู้มาเยือนเลย

ใกล้ถึงหน้า "เทศกลาล ท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน" ประจำปีี 2552 แล้วนะครับ เหลืออีกไม่กี่วัน ที่เราจะได้ชื่นชมความสวยงามของดอกกระเจียว ซึ่งจะ็บานสะพรั่ง สวยงามจริง ๆ ครับ...ผมก็เป็นอีก คนหนึ่ง หล่ะ ที่ชื่นชม ความงามของสถานที่ท่องเที่ยว แห่งนี้ มาเป็นระยะเวลาช้านานโข ปีนี้ ถ้าฝน ฟ้า ตกต้องตามฤดูกาล ที่มันควรจะเป็น เหล่าบรรดาเจ้าดอกกระเจียวน้อย-ใหญ่ซึ่งกบดานอยู่ใต้พื้นแผ่นดินนับแรมปี ก็จะมีโอกาสโผล่ขึ้นมาอวดโฉมอัน สะโอดสะอง ยังกะมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ด ที่กำลังจะประกวด กันเลยทีเดียวยิ่ิง ถ้าฝนตกชุกหน่อย พื้นดินเปียกชุ่มเจ้าดอกกระเจียวที่แสนสวยของเราก็จะขึ้น เยอะเต็มท้องทุ่งเลย มองไปทางไหนก็จะมีแต่สีเขียวชะอุ่ม และสีชมพูแกมขาว สวยอย่าบอกใครเลย ถึงแม้ว่าปีกลาย ดอกกระเจียว จะ มาช้าไปซักนิดนึง แต่เจ้าดอก กระเจียวก็เริ่มทะยอยชูช่อ ยันดอกออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้ยลโฉมกันแล้ว และสำหรับ ท่านใด ที่ยังไม่เคยมาเยี่ยมเยือนทุ่งดอก กระเจียวธรรมชาติแ้ห่งเดียว ในโลกปีนี้ก็อย่าพลาดนะครับ ตัดสินใจช้า ท่านอาจจะพลาด โอกาสดี ๆ ที่หนึ่งปีจะมีแค่ครั้งเดียว เท่านั้น ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งทั้งสองที่ ก็มี ความ แตกต่างกันไปใครชอบความสะดวก



ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี

ทุ่งทานตะวัน จ.สระบุรี
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ฤดูกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด และในทุกปีจังหวัดสระบุรี จะจัดเทศกาลทุ่งทานตะวันบานในทุกปี
สลับหมุนเวียนไปในแต่ละอำเภอ / พื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชื่นชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ตลอดจนการ
ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกทานตะวัน การนำเอาผลผลิตจากเมล็ดทานตะวันไปใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภค
รวมทั้งการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เมล็ดทานตะวันคั่วสด ๆ จากไร่ หรือหาซื้อน้ำผึ้งทานตะวันเป็นของฝาก
จังหวัดสระบุรีมีพื้นที่ปลูกทานตะวันนับหลายหมื่นไร่ บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทาง
สายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก รวมทั้งในอีกหลายอำเภอของสระบุรี เช่น อำเภอพระพุทธบาท
แก่งคอย หนองโดน หนองแคและมวกเหล็ก แต่ที่อำเภอวังม่วงจะมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด
นักท่องเที่ยวสามารถ วางแผนการเดินทางมาท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันจังหวัดสระบุรี ได้ตลอดเวลาเลือกชมได้ใน
หลายๆ พื้นที่ โดยแต่ละแห่ง แต่ละ พื้นที่จะมีความสวยงามและกิจกรรมการจัดงานแตกต่างออกไป นักท่องเที่ยวที่ชื่น
ชอบการขับรถชมทุ่งทานตะวันท่ามกลางบรรยากาศเนินเขา ทุ่งหญ้า ฟาร์มม้า โคนม และไร่องุ่น สามารถเลือกชมและ
ท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันได้ในพื้นท ี่อำเภอวังม่วง และมวกเหล็ก บรรยากาศการท่องเที่ยว ของสองอำเภอนี้เหมาะ
สำหรับท่องเที่ยวแบบครอบครัว ขับรถชมทิวทัศน์ ชมธรรมชาติท่ามกลางสวยลมหนาว ที่พัดผ่านที่ราบเชิงเขา ชมทุ่งทานตะวันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พักผ่อนรีสอร์ตกับครอบครัวอย่างมีความสุข ทานตะวันจะบานสะพรั่งสวยงามใน
สองอำเภอนี้มากที่สุด ในช่วง ระหว่างเดือนธันวาคมและมกราคม ในช่วงเวลาอื่นๆ จะมีบานสะพรั่งเป็นพื้นที่ๆ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมทุ่งทานตะวันในหุบเขาแบบแรลลี่ครอบครัว จะพบกับความงดงามของ
ทุ่งทานตะวันเต็มหุบเขา ที่ตำบลหินซ้อน และตำบล ท่าคล้อ ของอำเภอแก่งคอย ทานตะวันจะบานสะพรั่งในช่วง
เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมมากที่สุด เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบแรลลี่ชมทุ่งทานตะวัน ในพื้นที่อำเภอแก่งคอยนี้
ทุ่งทานตะวันจะบานสะพรั่งมากที่สุดกว่า 20,000 ไร่ ในหลายตำบล นักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งรถไฟผ่านทุ่งทานตะวัน
ต้องนั่งรถไฟ สายกรุงเทพฯ-หนองคาย เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ตำบบลท่าคล้อ หินซ้อน ของอำเภอแก่งคอยตลอดแนว
สองข้างทางรถไฟ จะพบกับทุงทานตะวัน เหลืองอร่ามท่ามกลางสายลมหนาวพัดเย็นสบาย หากจะนั่งรถไฟผ่าน ทุ่งทานตะวัน ขอแนะนำให้นั่งรถช่วงระหว่างกลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือน จะไม่ผิดหวัง
พื้นที่จังหวัดสระบุรีที่มีการปลูกทุ่งทานตะวัน
- ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ
- ต.นายาว อ.พระพุทธบาท
- ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย
- ต.แสลงพัน อ.วังม่วง
- ต.บ้านกล้วย อ.หนองโดน
- ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก
สามารถดูตารางการเที่ยวชมทุ่งทานตะวันตามสถานที่ต่าง ๆในแต่ละปี ได้ที่เว็บไซต์จังหวัดสระบุรี

นอกจากการเที่ยวชมทุ่งทานตะวันแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาท พระพุทธฉาย
การเที่ยวชมถ้ำหรือน้ำตก การเยี่ยมชมไร่องุ่น และการจิบไวน์ ลิ้มลองสเต็กเนื้อนุ่ม เป็นต้น ตามเส้นทาง ดังนี้
เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ - สระบุรี - ไหว้พระพุทธรูปทองคำ ณ วัดพะเยาว์ - ทุ่งทานตะวัน ( อ.เฉลิมพระเกียรติ ,
อ. พระพุทธบาท ) - นมัสการรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทฯ - ฟาร์มผึ้ง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี – แวะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ - สระบุรี - ทุ่งทานตะวัน ( อ.แก่งคอย, อ.มวกเหล็ก, อ.วังม่วง ) - ไร่องุ่น - อุโมงค์ต้นไม้ - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ - ฟาร์มผึ้ง